ห้องเย็นตู้คอนโทรล เป็นส่วนสำคัญในการควบคุมห้องเย็น มีรายละเอียดเงื่อนไขในการควบคุมสั่งงานอัติโนมัติ หากเกิดภาวะวิกฤต ต่างๆ เช่น กระแสไฟฟ้าโอเวอร์โหลดคอมเพรสเซอร์ หรือมอเตอร์พัดลมต่างๆ จะให้ส่วนใดบ้างหยุดการทำงานเพื่อไม่ให้มอเตอร์ไฟฟ้าเสียหาย และควบคุมระบบอื่นๆ ที่เกียวข้องด้วย โดยเฉพาะห้องเย็นแช่แข็ง ต้องมีระบบดีฟรอส ละลายน้ำแข็ง ที่จำเป็นต้องมีในห้องฟรีส ในบทความผมจะเขียนอธิบายการทำงานของตู้ควบคุมห้องเย็นอย่างละเอียด และถ้าไม่ยาวเกินจะสอนประกอบเป็นตู้คอนโทรลได้เลย
การใช้งานตู้คอนโทรลห้องเย็นนั้นง่ายมากๆ ครับ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพราะระบบส่วนใหญ่ทำงานอัตโนมัติ เพียงเปิดเบรคเกอร์ทุกตัวในตู้ และ บิดสวิตซ์หน้าตู้ควบคุมเป็น ON เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้แล้ว หลังจากนี้ก็ไม่ต้องไปเปิด-ปิดระบบห้องเย็นแล้ว เพราะห้องเย็นเขาจะทำงานเองอัตโนมัติ ตามที่วิศวกร หรือช่าง ได้ตั้งค่าไว้เรียบร้อยแล้วหลังจากการติดตั้งเสร็จ
หากต้องการปิดห้องเย็น เมื่อในห้องเย็นไม่มีสินค้าอยู่ ก็เพียงแค่บิดสวิตซ์ไปที่ OFF ก็เป็นอันปิดห้องเย็นเรียบร้อย แล้วถ้าห้องเย็นมีปัญหาจะรู้ได้ยังไง และจะแก้ไขปัญหา
อย่างไร
หากห้องเย็นมีปัญหาหรือทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากระบบไฟฟ้า หรือ ระบบทำความเย็นเอง ตู้คอนโทรลจะตัดการทำงานของห้องเย็น เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ต่างๆ
ของห้องเย็นเกิดความเสียหาย และหน้าตู้ จะมีไฟสัญญลักษณ์ติด บอกสถานะว่า ส่วนใด ณ ขณะนี้ เกิดปัญหาขึ้น จะได้รู้ปัญหา และแก้ไขได้ทันเวลา
หัวข้อต่อไปจะเขียนอธิบาย เงื่อนไขว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แล้วจะให้อะไรทำงานและอะไรหยุดทำงานบ้าง
1. ถ้ามีโอเวอร์โหลดตัวใดตัวหนึ่งตัดการทำงาน ให้มอเตอร์ทุกตัวหยุดการทำงาน (ยกเว้นมอเตอร์พัดลมคอยล์เย็น)
2. ถ้าโอเวอร์โหลดคอยล์เย็นตัดการทำงาน ให้มอเตอร์ทุกตัวหยุดการทำงาน
3. ถ้าเฟสโพรเทคชั่นตัดการทำงาน ให้มอเตอร์ทุกตัวหยุดการทำงาน
4. ถ้า Hi-Lo Pressure ตัด ให้มอเตอร์ทุกตัวหยุดการทำงาน (ยกเว้นมอเตอร์พัดลมคอยล์เย็น)
5. ให้ Digital Control (Carel Dixell หรือ Elewell) ทำงานตลอดเวลา
อ่านถึงตรงนี้แล้ว พอมองภาพออกไหมครับว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขแบบนี้
เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มเติมว่า ทำไมเงื่อนไขต้องเป็นแบบนี้
1. เมื่อคอมเพรสเซอร์ หรือ พัดลมคอยล์ร้อน กินกระแสสูง จะทำให้โอเวอร์โหลดตัดการทำงาน นั้นหมายถึงให้คอมเพรสเซอร์ และ พัดลมคอยล์ร้อนหยุดการทำงานเพื่อไม่ให้ มอเตอร์มีปัญหา แต่พัดลมคอล์เย็นยังทำงานปกติ เนื่องจากว่าในห้องเย็นเราต้องให้มีลมหมุุนเวียนถ่ายเทให้ห้องเย็นตลอดเวลาเพื่อให้สินค้าได้รับลมเย็นอย่างทั่วถึงนั่นเอง
2. เมื่อพัดลมคอยล์เย็น กินกระแสสูง โอเเวอร์โหลดจะตัดการทำงานของคอล์เย็น นอกจากนี้ยังต้องตัด คอมเพรสเซอร์ และ คอยล์ร้อนด้วย ให้หยุดทำงานทั้งระบบ คำถามทำไมต้องหยุดทั้งหมด เนื่องจากว่า ถ้าคอมเพรสเซอร์ทำงาน แต่คอยล์เย็นไม่ทำงาน คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่อัดแรงดันแก๊สความเย็น ส่งไปที่คอยล์เย็นแต่ถ้าคอล์เย็นไม่ทำงานแล้ว จะทำให้สารทำความเย็นกลับไปที่คอมฯ มากเกิน อาจทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ ฉะนั้นถ้า คอยล์เย็นหยุด อย่างอื่นต้องหยุดด้วย
3. เมื่อไฟฟ้าไม่เสถียร เฟสโพรเทคชั่น จะหยุดจ่ายไฟฟ้า (ไฟตก ไฟเกิน ไฟฟ้าไม่สมดุล) เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ต่างๆ เสียหาย จึงไม่มีมอเตอร์ตัวไหนได้ทำงาน
4. ระบบทำความเย็นมีแรงดันผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นทางส่ง (HI) หรือ ทางกลับ (Lo) คอมเพรสเซอร์ และ พัดลมคอยล์ร้อนต้องหยุดการทำงาน เพราะปัญหาแรงดันน้ำยาผิดปกติ จะส่งผลเสียหายกับคอมเพรสเซอร์ ถ้าตัดทาง Hi แสดงว่าคอล์ยร้อนระบายความร้อนไม่ได้ หรือ ทาง Lo ถ้าแรงดันทาง Lo น้อยมากๆ อาจเป็นไปได้ว่าน้ำยาในระบบน้อยเกินไป ทั้งสองอย่างจะนี้จะส่งผลถึงคอมเพรสเซอร์ได้
5. Digital Control คือตัวแสดงอุณหภูมิ และการทำงานของคอมฯ คอยล์ร้อน คอยล์เย็น และ ดีฟรอสต์ ดังนั้นแนะนำให้แสดงตลอดเวลา ถ้าไฟฟ้าปกติ เฟสโพรเทคชั่น ไม่ตัดการทำงาน
อันนี้เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของระบบห้องเย็น เงื่อนไขอาจจะไม่เป็นตามนี้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับสินค้าและความต้องการของผู้ใช้แต่ละคนด้วย เช่น ลูกค้าบางคน อย่างข้อ 1 และข้อ 4 อยากให้พัดลมคอล์ยเย็นหยุดด้วยก็มี
- เมนเบรคเกอร์ตู้ควบคุม
- ลูกเซอร์กิต เบรคเกอร์
- เฟสโพรเทคชั่น
- เม็กเนติก และ โอเเวอร์โหลด
- คาเรล ดิจิตอล คอนโทรล
- รีเลย์ และ หลอดไฟแสดงสถานะต่างๆ
ติดต่อสอบถามข้อมูลดีๆ
โทร : 099-129-0789
LINE ID : @941mnidk (ใส่ @ ข้างหน้าด้วย)
Line QR CODE